About Us

Logo
We love WordPress and we are here to provide you with professional looking WordPress themes so that you can take your website one step ahead. We focus on simplicity, elegant design and clean code.

การที่เราเห็นเหล่าซุปเปอร์สตาร์โลดแล่นในเกมส์ฟุตบอลทั้งระดับสโมสร หรือระดับทีมชาติ มีค่าตัวหรือค่าเหนื่อยที่ทั้งชีวิตเราก็ใช้ไม่หมด มีแฟนคลับหรือผู้ติดตามในเพจจำนวนมาก ทั้งหมดนี้ถือเป็นความสำเร็จของอาชีพนักฟุตบอล หลายคนก็อยากมีบรรยากาศแบบนี้ แต่เชื่อไหมว่าเบื้องหลังของความสำเร็จนี้เขาเหล่านั้นต้องผ่านการฝึกฝนมากน้อยแค่ไหน วันนี้จึงขอนำเสนอแง่มุมการพัฒนาเด็ก เยาวชนใน 4 ช่วงวัยสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ช่วงที่ 1 (พัฒนาสู่ U12 ปี) เป็นช่วงอายุ 6-12 ปี เรียนชั้นปฐมศึกษา เป็นวัยเริ่มต้นของการรู้จักกีฬาฟุตบอลในสื่อช่องทางต่างๆ จะทำอย่างไรให้เด็กในช่วงนี้มีใจรักในนักฟุตบอล มีความอยากที่จะเล่นฟุตบอล เล่นแล้วมีความสนุกสนาน ประทับใจ ซึ่งเด็กต้องได้รับการพัฒนา 3 ด้าน ได้แก่ ด้านผสมผสานกล้ามเนื้อประสาท ด้านพัฒนาการและด้านความสนุกสนานมีความสุข ยกตัวอย่าง การผสมผสานกล้ามเนื้อประสาท ทำให้เด็กมีพัฒนาการดังนี้ เด็กรับรู้ จากการที่ฟังและดูการสาธิตจากโค้ชผู้ฝึกสอนเด็กจะทำตามแบบ (ช่วงแรกอาจเกิดจากการจดจำ อาจจะยังไม่เข้าใจในที่มาของแบบฝึกทำถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง)เด็กจะเริ่มทำให้ถูกต้องตามที่โค้ชสอน (ช่วงนี้เด็กเริ่มทำความเข้าใจในที่มาและการนำแบบฝึกไปใช้ประโยชน์)เด็กจะทำต่อเนื่อง (ช่วงนี้เด็กจะมีความมั่นใจ และเรียนรู้การปฏิบัติที่ถูกต้อง ตามขั้นตอน มีความคล่องแคล่ว การจดจำจะหายไป)เด็กจะทำตามแบบฝึกได้อย่างธรรมชาติ (ช่วงนี้เด็กจะปฏิบัติด้วยความคล่องแคล่วว่องไวเป็นอัตโนมัติ เป็นไปตามธรรมชาติ) ช่วงที่ 2 (พัฒนาสู่ U16 ปี) เป็นช่วงอายุ 13-15 ปี เรียนมัธยมศึกษาตอนต้น สิ่งสำคัญของเด็กวัยนี้คืออารมณ์และการจัดการกับอารมณ์ สมาธิ ความมั่นใจ ถือว่าช่วงอายุนี้เป็นยุคทองของการพัฒนาเทคนิคขั้นพื้นฐานของฟุตบอลให้ความสำคัญพัฒนา ...

พ่อแม่ทุกคนต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก ถ้าวันใดที่ลูกต้องการเล่นฟุตบอลก็ต้องค้นหาสนามฝึกซ้อมที่ดีที่สุดสำหรับเขา วันนี้มีเทคนิคการเลือกสนามฝึกซ้อมฟุตบอลมาฝาก 1. ค้นหาข้อมูลสนามฝึกซ้อมฟุตบอล ช่องทางที่ง่ายและเร็วสุดผ่านทาง Search engine หลายค่ายเช่น google , Bing , YouTube, Face book อื่นๆตามสะดวก โดยพิมพ์ keyword " สนามฝึกซ้อมฟุตบอล" "สอนฟุตบอลเด็ก" " Academy Football club ตามด้วยจังหวัดที่ต้องการค้นหา" หรืออื่นๆ อีกช่องทางคือการสอบถามจากเพื่อนร่วมงาน(คอบอล) ผู้ปกครองโรงเรียนเดียวกัน หรือให้ลูกไปถามเพื่อนที่โรงเรียน หรือวิธีอื่นๆ 2. เลือกชนิดสนามที่เหมาะกับลูก สนามฝึกซ้อมฟุตบอลมีทั้งสนามหญ้าจริงและแบบสนามหญ้าเทียม ส่วนใหญ่จะเป็นแบบหญ้าเทียม แนะนำเป็นสนามหญ้าเทียม ซึ่งสนามหญ้าเทียมจะมี 2 แบบ คือแบบกลางแจ้งไม่มีหลังคากับมีหลังคา ข้อดีของแบบไม่มีหลังคาจะได้เปรียบตอนแข่งขันในสนามหญ้าจริงสู้แดดได้ดีกว่า แรงไม่ตก ส่วนข้อเสียหากฝนตกจะใช้งานสนามไม่ได้ หรือผิวเด็กจะคล้ำจากการโดนแดด ส่วนสนามที่มีหลังคามีข้อดีตรงที่ฝึกซ้อมได้ตลอดไม่ต้องกลัวแดด กลัวฝน ข้อเสียก็คงเวลาไปแข่งขันเจอแดดก็หมดแรง ราคาค่าฝึกสอนอาจจะแพงกว่า 3. เลือกการบริหารจัดการของสนามฝึกซ้อม แต่ละสนามฝึกซ้อมจะมีเงื่อนไข กฏกติกาในการฝึกซ้อมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นห่วงเวลาการฝึกซ้อม การเข้า-ออกสนาม การใช้อุปกรณ์ของสนาม จุดพักคอยของผู้ปกครอง ที่จอดรถ การจำหน่ายสินค้าต่างๆ ห้องน้ำ ...