About Us

Logo
We love WordPress and we are here to provide you with professional looking WordPress themes so that you can take your website one step ahead. We focus on simplicity, elegant design and clean code.

8-8-8=24 ชั่วโมง นี่คงไม่ใช่มาไบ้หวยหรือเสี่ยงโชคแต่หากเป็นการแบ่งเวลาเพื่อให้ชีวิตมีความสมดุล ทฤษฎีนี้มีมายาวนานแล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะบริหารหรือใช้เวลาให้คุ้มค่ามากกว่ากัน ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่มีความสุขมีความสมดุลในแบบฉบับของคุณ เราขอแนะนำการใช้ชีวิตด้วยการแบ่งเวลา 8-8-8 ในการปรับชีวิตให้สมดุล 8 ตัวแรก หมายถึง 8 ชั่วโมงในการทำงาน   เราคงได้ยินคำว่าไม่มีสิ่งใดได้มาฟรีนั้นหมายถึงทุกคนต้องทำงานเพื่อแลกเงินหรืออาหาร   สำหรับมนุษย์เงินเดือนต้องทำงานตั้งแต่เช้าถึงเย็น   ยกตัวอย่างเริ่มทำงาน 8.00 น. เลิกงาน 16.00 น. เป็นต้น    มีบ่อยครั้งที่ต้องหอบเอางานไปทำที่บ้าน      วันหยุดก็ต้องทำงานที่ค้างให้เสร็จ    ผลลัพธ์ก็คือคนใกล้ตัวบ่นบอกไม่มีเวลาให้กับพวกเขาเหล่านั้น    บางครั้งพูดแต่เรื่องงานทำให้ทุกคนเกิดความเครียด ทำให้ไม่มีความสุขในชีวิต ถามว่าจะทำอย่างไรดี มีวิธีมาแนะนำใช้หลักการ เปิด-ปิดสวิทย์ไฟ เริ่มต้นเปิดสวิทย์ไฟหมายถึงการเริ่มทำงานเช่นเริ่มงานเวลา 08.00 น.ตามหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมาย พอถึงเวลา 16.00 น. ให้ปิดสวิทย์ไฟทันทีหมายถึงหยุดการทำงานให้ความรู้สึกห้องที่มืดสนิทไม่มีงานในความคิดของเรา ตอนแรกอาจจะรู้สึกกังวลใจกลัวสารพัดอย่างไม่ว่าจะเป็นกลัวเจ้านายตำหนิว่างานไม่เดินหรือไม่เสร็จตามเวลา สิ่งสำคัญขณะคุณทำงานต้องรู้จักวางแผนการทำงานล่วงหน้า มีตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนตรงตามที่เจ้านายคุณต้องการ ประเภทที่ว่าทำน้อยแต่ได้มาก   8 ตัวที่สอง หมายถึงการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นการใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองและคนรอบข้าง เมื่อคุณกลับจากการทำงานบางครั้งเกิดความเหนื่อยล้าจากการทำงานร่างกายต้องการการผ่อนคลายรวมถึงจิตใจของเราด้วย ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือกิจกรรมที่คุณชื่นชอบ ถามว่ามีเยอะแยะมากมายเลือกอย่างไรดีเช่นออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง ช็อปปิ้ง ปลูกผัก อยู่กับสัตว์เลี้ยงสักตัว สังสรรค์กับเพื่อน อีกมากมาย ที่อยากจะแนะนำส่วนที่หนึ่งการออกกำลังกายอะไรก็ได้อย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ...

การนำเมล็ดมาแช่น้ำก่อนการนำไปปลูกลงดินแน่นอนว่ามันคงดีกว่าการนำเมล็ดไปปลูกโดยตรง ถามว่ามันจะใช้ได้กับพืชทุกชนิดมั้ย อันนี้ไม่แน่ใจ คำถามมันจะใช้กับผักบุ้งได้มั้ย และมันจะคุ้มค่ากับเวลาหรืออุปกรณ์ที่เสียไปหรือไม่ "เรามาค้นหาคำตอบด้วยตัวเราเอง" เริ่มต้นจากการเลือกผักอะไรดี จบลงที่ผักบุ้งด้วยเหตุผลมากมาย ต้องมีการเปรียบเทียบ 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ 1 แช่เมล็ดพันธุ์ ส่วนกลุ่มที่ 2 ไม่ต้องแช่ปลูกได้เลย ควบคุมสิ่งแวดล้อมโดยอยู่ในแปลงเดียวกัน รดน้ำเท่ากัน มีทั้งหมด 5 ขั้นตอนดังนี้ 1.เตรียมอุปกรณ์การแช่เมล็ดผักบุ้ง เมล็ดผักบุ้งจีน ซื้อมา 5 บาทที่ตลาดสดผ้าสำหรับห่อเมล็ด 1 ผืน หนังยาง 2 เส้นถุงพลาสติก 1 ใบ 2. ลงมือแช่เมล็ดผักบุ้ง โดยห่อเมล็ดผักบุ้งด้วยผ้าใช้หนังยางรัด ใส่น้ำเปล่าในถุงพลาสติกและนำห่อผ้าใส่ในถุงมัดปากถุงด้วยหนังยางให้เรียบร้อย เป็นอันเสร็จกระบวนการแช่เมล็ด ทิ้งไว้ 1 คืน 3.เตรียมเมล็ดผักบุ้งปลูกลงดิน เมื่อครบเวลา 1 คืน ตามเวลาที่กำหนดให้คลี่ห่อผ้าออก และเตรียมนำเมล็ดผักบุ้งที่แช่ไว้ไปลูกลงดินที่เตรียมไว้ ภาพ ก่อนแช่น้ำ ภาพ หลังแช่น้ำ 1 คืน 4.ปลูกผักบุ้งลงดิน เริ่มต้นทำร่องดินเป็นแถวยาวระยะห่างประมาณ 5 เซ็นติเมตร เสร็จแล้วนำเมล็ดผักบุ้งที่แช่ไว้หยอดลงร่องดินที่เตรียมไว้สลับกับหยอดเมล็ดผักบุ้งธรรมดาที่ไม่ได้แช่น้ำสลับแถวกันไป หลังจากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม (ต้องทำเครื่องหมายแยกแถวที่ปลูกด้วยการแช่เมล็ดกับไม่ได้แช่เมล็ดให้ชัดเจน ...